มาดาม “แป้ง” เคลื่อนไหวแล้วถึงกรณี โค้ชโชค

หลังจากที่มีข่าวว่าทางมาดามแป้งกับทางโค้ชโชคที่ออกมาพูดเกี่ยวกับการแยกทางกันโดยที่ได้เปลี่ยนโค้ชใหม่ให้กับการท่าเรือ เอฟซี

มาดามแป้งกล่าว  มาดามแป้งเข้ามาทำงานในท่าเรือตอนปี พ.ศ.2558ซึ่งก่อนหน้านี้ทีมบริหารชุดเก่าได้มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการเงินซึ่งมีคนยื่นข้อเสนอให้แป้งมาทำงานในด้านนี้ และก็มีคนยื่นข้อเสนอมาให้แป้งถึงกับ 3-4คนที่เข้ามาติดต่อซึ่งก่อนที่แป้งจะตัดสินใจรับงานนี้ก็ได้มีคนที่ขัดแย้งแป้งเหมือนกันว่าแป้งไม่สามารถที่จะทำงานนี้ได้เพราะว่าด้วยหลายๆเหตุผลที่เขาได้ทักท้วงซึ่ง
ก็มีคนอีกกลุ่มที่เชื่อว่าแป้งไม่สามารถที่จะทำงานนี้ได้เช่นกัน

ท่าเรือที่นี่คือตำนานเพราะว่าได้ก่อตังมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2510 และมีความเก่าแก่มากที่สุดที่มีไทยลีกคราวนี้แป้งก็ได้เลือกที่นี่เพราะว่าด้วยเหตุผลหลายๆอย่าง และสิ่งที่แป้งคิดว่าสำคัญที่สุดคือแป้งต้องการที่อยากจะพิสูจน์ให้เห็นว่าเราเป็นผู้หญิงเราก็สามารถที่จะทำงานนี้ได้เหมือนได้กัน และตัวเราจะทำงานชิ้นนี้ได้ไหมและในการที่เราทำงานเกี่ยวกับวงการฟุตบอลนี้แป้งแป้งต้องพบเจอกับโค้ชมากมายเยอะ เริ่มตั้งแต่แป้งได้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยที่อยู่ในวงการนี้มานานกว่าสิบปีในวงการกีฬา

สำหรับในทีม การท่าเรือ เอฟซี ตั้งแต่แป้งข้ามาก็ต้องเจอกับความล้มเหลวเพราะว่าโค้ชที่เข้ามาต้องมาทำหน้าที่ซึ่งก็มีหลายๆท่านๆ แต่พอถึงเวลาที่เราไปต่อไม่ได้ ก็ต้องเป็นวิถีแห่งวงการลูกหนังแต่ว่าในปัจจุบันนี้เราก็ยังพูดคุยกันอยู่เรายังมีความหวังดีให้แก่กันส่วนเรื่องที่ผ่านมาเราก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่เราต้องฝ่าฟันกันไปมาถึงตอนนี้ก็เป็นเวลา 6 ปี

และก็มาถึงวันนี้ที่เหล่าแฟนบอลได้ตังคำถามเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกับโค้ชโชคซึ่งเราต้องบอกก่อนว่าเรามีการวางแผนเอาไว้แล้วเมื่อสามเดือนที่ผ่านมาแป้งคิดว่าการที่แป้งเปลี่ยนแปลงโค้ช แป้งมีเหตุผลเสมอซึ่งมันไม่ใช่เรื่องของการแพ้หรือว่าตารางบอลเพียงเท่านั้นการที่เราตกรอบในฟุตบอลในราย ACL ที่เราได้เปิดบ้านเราก็แพ้ไป

และก็รายการฟุตบอลไทยแลนด์ แชมเปี้ยนคัพ ที่เราก็แพ้ซึ่งเราก็ต้องมีคำที่พูดหรือว่าคำอธิบายเกี่ยวกับแฟนบอลทั้งๆที่เราได้มีการเตรียมฝึกซ้อมมากันอย่างดี แต่เราก็ได้ให้โอกาสทุกคนเสมอเพราะว่าแป้งได้มองในการทำงานเป็นหลักไม่ว่าจะเป็นผู้นำทีม
นักกีฬาหรือว่าสตาฟโค้ชซึ่งเราต้องร่วมมือร่วมใจในการที่เราทำงานด้วยกันเราต้องทำงานเป็นทีมเวอร์เพื่อที่จะได้ไปสู่เป้าหมาย
สิ่งที่สำคัญคือการที่เราต้องเรียนรู้และการที่เราต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากับคนในหมู่มาก เพราะว่านั่นคือการที่เราได้แสดงว่าเราเป็นมืออาชีพและแป้งก็ได้รับฟังทุกคน เพราะว่านักกีฬานั้นก็เปรียบเหมือนเป็นลูกทีมงานก็ต้องเป็นแขนและขา ที่พาแป้งและทีมไปถึงเป้าหมายแป้งว่าแป้งฟังเสียงของทุกคนในทีมเสมอ โค้ชโชค ก็ได้ได้เข้ามาช่วยงานแป้งตลอดแปดเดือนและเราก็ต้องของขอบคุณกับผลงานชิ้นสำคัญที่ฝากไว้ให้คนท่าเรือได้ภาคภูมิใจกับถ้วยเอฟเอคัพ 2019 ค่ะ